แพนอะเพซ
แพนอะเพซ
แพนอะเพซ

การเลือกผู้ผลิตของพรีเมี่ยม จำเป็นต่อธุรกิจของท่านอย่างไร

สินค้าพรีเมี่ยม (Premium Product) สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ คือ สินค้าที่ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ส่งเสริมการขาย ทางผู้ประกอบการนิยมทำออกมาเพื่อแจกเป็นของขวัญ หรือของสมนาคุณให้กับลูกค้า หรือพันธมิตรที่ร่วมประกอบธุรกิจ ดังนั้นสินค้าพรีเมี่ยมที่ดีจึงต้องสะท้อนภาพลักษณ์ของผู้ประกอบการให้ได้ พร้อมทั้งควรสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าหรือพันธมิตรในการทำธุรกิจให้ได้ การเลือกผู้ผลิตของพรีเมี่ยมที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ได้จึงมีความสำคัญมาก

ประเภทของสินค้าพรีเมี่ยม สามารถแบ่งตามประโยชน์ในการใช้งานได้ ดังนี้

  1. ของพรีเมี่ยมแบบ Gadget เพราะสินค้าทางไอทีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนเรื่อย ๆ ทำให้ของพรีเมี่ยมประเภทนี้ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตัวอย่างเช่น ลำโพง อแดปเตอร์ พาวเวอร์แบงก์ หรือลำโพง เป็นต้น
  2. ของพรีเมี่ยมแบบ Lifestyle การที่สินค้าพรีเมี่ยมถูกหยิบมาใช้งานบ่อย ๆ ย่อมเป็นการส่งเสริมให้แบรนด์ของธุรกิจได้เป็นที่รู้จักได้มากขึ้น สินค้าพรีเมี่ยมแบบ Lifestyle ที่มีการหยิบจับใช้งานบ่อย ๆ จึงเป็นของพรีเมี่ยมที่บริษัทผลิตของพรีเมี่ยมราคาถูกมักแนะนำให้เลือกสินค้าพรีเมี่ยมประเภทนี้ ตัวอย่างเช่นกระติกน้ำ ร่ม เสื้อผ้า หมวกหรือกระเป๋า เป็นต้น
  3. ของพรีเมี่ยมแบบ Stationary หรือเครื่องเขียนประเภทต่าง ๆ เพราะยังคงเป็นของใช้ที่คนทำงานเกือบทุกคนจะต้องใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นปากกา สมุดบันทึก กล่องใส่นามบัตร หรือปฏิทิน เป็นต้น
 

ประโยชน์ และความสำคัญของสินค้าพรีเมี่ยม

  1. เพิ่มช่องทางการรับรู้แบรนด์ หรือโลโก้ของบริษัท การแจกของพรีเมี่ยมที่มีคุณภาพจะช่วยเพิ่มการรับรู้ และจดจำแบรนด์ของผู้ประกอบการได้ดี ยิ่งเป็นของพรีเมี่ยมที่ลูกค้าต้องหยิบมาใช้บ่อย ๆ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสการมองเห็นโลโก้ได้มากขึ้น จึงทำให้การโปรโมททางการตลาดด้วยวิธีนี้มีประสิทธิภาพมาก ซึ่งนอกจากลูกค้าจะนำของพรีเมี่ยมมาใช้เองแล้ว ยังแนะนำต่อให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักตามไปด้วย ผู้ผลิตของพรีเมี่ยมที่ดีจึงมักแนะนำ หรือนำตัวอย่างของพรีเมี่ยมที่ได้รับความนิยมมาให้ผู้ประกอบการได้เลือกเพื่อประสิทธิภาพในการโปรโมทแบรนด์ของผู้ประกอบการที่ดีที่สุด
  2. การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ง่ายมากขึ้น กลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญคือการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ยิ่งเข้าถึงได้ง่ายและสร้างความจดจำที่ดีก็ยิ่งเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้ได้ ดังนั้นของพรีเมี่ยมที่ลูกค้าสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างแก้วน้ำ ปากกา กระบอกน้ำ สมุดบันทึก กระเป๋าผ้า เป็นต้น หรือของพรีเมี่ยมที่บ่งบอกถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ อย่างของพรีเมี่ยมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับการทำตลาดของบริษัทด้านสิ่งแวดล้อม ก็ยิ่งสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อแบรนด์ของสินค้าได้ดีมากขึ้น หรือเมื่อลูกค้าเกิดความต้องการสินค้าด้านสิ่งแวดล้อมก็จะนึกถึงแบรนด์ของเราก่อเป็นอันดับแรก เป็นต้น
  3. กลยุทธ์ทางการตลาดที่ต้นทุนต่ำ การทำโฆษณา หรือ การประชาสัมพันธ์บริษัทมักเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ต้นทุนสูงในการจ้างสื่อโฆษณาต่าง ๆ และมักมีวิธีการที่จำกัด ดังนั้นการจ้างผู้ผลิตของพรีเมี่ยมจึงเป็นวิธีที่ดี มีคุณภาพ และต้นทุนยังต่ำ แต่ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายกลับมองเห็นแบรนด์สินค้าได้อย่างยาวนาน และบ่อย ๆ อีกด้วย จึงเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพมาก
  4. เพิ่มความภักดีของลูกค้าต่อแบรนด์ของสินค้า และบริการเมื่อของพรีเมี่ยมสามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้ ย่อมส่งผลดีต่อแบรนด์ และผู้ประกอบการได้โดยตรง เพราะเมื่อลูกค้าเกิดความชื่นชอบต่อแบรนด์ ก็สามารถเกิดความภักดีต่อแบรนด์ของสินค้า และบริการได้มากยิ่งขึ้นตามไปด้วย
  5. มูลค่าในการรับรู้ของลูกค้าสูงขึ้น การแจกของพรีเมี่ยมให้ลูกค้าเป็นการสร้างมูลค่าการรับรู้ที่ดี เนื่องจากบริษัทผลิตของพรีเมี่ยมราคาถูกที่ดีจะออกแบบให้ของพรีเมี่ยมมีความสวยงาม สามารถนำไปใช้งานได้จริงเหมือนลูกค้าได้เสียเงินซื้อของมาใช้เองเลยทีเดียว สร้างภาพจำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกที่ดีต่อแบรนด์ของสินค้าหรือบริการที่ดี เมื่อภาพจำดีโอกาสในการต่อยอดทางธุรกิจก็จะดีตามไปด้วย
  6. เป็นตัวแทนเปรียบเสมือนนามบัตร การมอบของพรีเมี่ยมให้กับลูกค้า ก็เหมือนกับการแนะนำบริษัท หรือแบรนด์ให้ลูกค้าได้รับรู้ คล้ายกับการแนะนำตัวด้วยนามบัตรนั่นเอง ยิ่งเลือกของพรีเมี่ยมที่ตรงกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ หรือธุรกิจของบริษัท ของพรีเมี่ยมนั้นก็จะยิ่งส่งผลดีต่อแบรนด์ได้มากขึ้นเท่านั้น การสร้างความแตกต่างทางการตลาด กลยุทธ์ทางการตลาดที่ดี คือการสร้างความแตกต่าง หรือจุดเด่นของแบรนด์ให้ชัดเจน ดังนั้นของพรีเมี่ยมที่สวยงาม โดดเด่น น่าสนใจ และน่าใช้งานจะยิ่งทำให้ลูกค้าเกิดความสนใจในแบรนด์ได้มากยิ่งขึ้น โดยของพรีเมี่ยมอาจไม่ได้ถูกนำมาใช้งาน แต่นำมาเป็นของเก็บสะสมแทนก็ได้

ควรใช้หลักในการเลือกของพรีเมียม

ดังนั้น เพื่อให้ของพรีเมี่ยมสามารถส่งเสริมภาพหลักของแบรนด์ได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ ดังนี้

  1. เลือกของพรีเมียมคุณภาพดี มีประโยชน์การใช้งานอย่างเต็มที่ แม้จะเป็นของแจกฟรี แต่หากของพรีเมียมที่ลูกค้าได้ไปเมื่อใช้ไปเพียงนิดเดียวก็พังเสียหายแล้ว หรือไม่สามารถนำไปใช้งานได้จริง ลูกค้าที่ได้ไปก็คงไม่เกิดความประทับใจ และอาจร้ายแรงถึงขั้นทำลายภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้อีกด้วย
  2. เลือกของพรีเมียมที่มีดีไซน์สวยงาม ทันสมัย ดีไซน์ที่ดูดี น่าใช้งาน นอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าหยิบของพรีเมียมที่ได้ไปมาใช้บ่อย ๆ แล้ว ยังช่วยภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เกิดเป็นภาพจำที่น่าประทับใจต่อแบรนด์สินค้านั้น ๆ อีกด้วย
  3. เลือกของพรีเมียมที่เข้ากับยุคสมัย เพื่อแสดงว่าแบรนด?ของคุณมีความทันสมัย ของพรีเมี่ยมเองก็ไม่ควรตกเทรนด์หรือหลงยุคด้วย ตัวอย่างเช่นการแจกของพรีเมียมเป็นถุงผ้า ซึ่งเข้ากับสถานการณ์ด้านปัญหาสิ่งแวดล้อม หรือของพรีเมียมที่เป็นหน้ากากผ้า หรืออุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรค เพื่อแสดงออกถึงความห่วงใยที่เข้ากับสถานการณ์โรคระบาดในปัจจุบัน เป็นต้น
 

เมื่อทราบประโยชน์และข้อดีต่าง ๆ ของสินค้าพรีเมี่ยมตามรายละเอียดที่กล่าวมานี้แล้ว ขอแนะนำให้ผู้ประกอบการพิจารณาผู้รับผลิตของพรีเมี่ยมให้ดี ไม่ควรเลือกแต่บริษัทผลิตของพรีเมี่ยมราคาถูก แพน อะเพซ จำกัดเท่านั้น แต่ควรพิจารณาถึงความสามารถในการให้ข้อมูลที่จำเป็น อย่างของพรีเมี่ยมที่กำลังได้รับความนิยม หรือรูปแบบของสินค้าพรีเมี่ยมที่สามารถส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้ดี รวมถึงความสามารถในการผลิตของพรีเมี่ยมที่มีคุณภาพดี สามารถส่งของได้ตรงตามเวลาที่กำหนดด้วย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแจกลูกค้าได้ทันตามสถานการณ์ที่ต้องการ สามารถส่งผลดีต่อแบรนด์ได้อย่างแท้จริง